2005/Jun/27

อุทาหรณ์แด่คนไม่กล้าบอกรักใคร

เอาไปอ่านดูนะ......

แล้วจะทำอะไรก็รีบๆทำเข้าล่ะ..............@^-^@ อุทาหรณ์แด่คนไม่กล้าบอกรักใคร เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ผมอายุ 6 ขวบ ขณะกำลังเล่นอยู่ที่ฟาร์ม

ฉันได้พบเด็กชายที่แลดูธรรมดา คนหนึ่งประเภทที่เขาอาจแหย่คุณและคุณก็แหย่เขากลับ กลั่นแกล้งกันไปมา พูดง่าย ๆ ว่าตอนพบกันครั้งแรกนั้นเรารู้สึกดีต่อกันแล้วพอได้ มาเจอกันอีกก็แหย่กันเล่น ตรงบริเวณรั้วและที่นั่นก็กลายเป็นที่ที่เราพบกันและเล่นด้วยกันเสมอมา ฉันน่าจะเล่าความลับของฉันทั้งหมดให้เขาฟังได้นะ เขาเป็นคนเงียบ ๆ คอยแต่นิ่งฟังเวลาที่ฉันเล่าโน่นนี่ เป็นคนที่ฉันสามารถคุยด้วยได้ทุก ๆ เรื่องตอนอยู่ในโรงเรียนเราอยู่คนละกลุ่มแต่พอกลับบ้านเราก็จะคุยกันถึงเรื่องราวในโรงเรียน .....วันหนึ่งฉันบอกเขาว่าเด็กผู้ชายที่ฉันชอบคนหนึ่งหักอกฉันเขาปลอบว่าไม่เป็นไรหรอก สักพักมันจะดีไปเอง ฉันเลยสบายใจขึ้นและยิ่งทำให้นึกว่าเขาเป็นเพื่อนแท้คนหนึ่งของฉันนั่นเป็นความรู้สึก ตอนนั้นของฉันจริง ๆ .....เราเรียนด้วยกันเรื่อยมาจากมัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย คบหากันมาโดยตลอดแม้ฉันจะคิดเสมอว่าเราเป็นแค่เพื่อนแต่ลึก ๆ แล้ว ...ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่ในคืนวันสำเร็จการศึกษาเราต่างมีคู่นัดไปนั่งฟังเพลงกัน แต่ฉันก็ยังอยากจะพบเขาอยู่ดี เมื่อทุกคนกลับบ้านกันหมดฉันแวะไปหาเขาเพื่อจะบอกว่าฉันอยากจะขอพบเธอ อือ ... นั่นดูเหมือนจะเป็นโอกาสทองของฉันทีเดียวแต่ที่สุดแล้วเราแค่นั่งดูดาวผลัดกันเล่าแผน การชีวิตของกันและกัน... ฉันจ้องตาเขาขณะฟังเขาเล่าว่าเขาอยากแต่งงานและวางหลักปักฐานทั้งยังคุยถึงวิถีทางที่ จะทำให้ตัวเองร่ำรวยและประสบความสำเร็จในชีวิต ...โดยมีฉันนั่งคุดคู้อยู่ข้าง ๆ เขาคืนนั้น ฉันกลับบ้านพร้อมความรู้สึกอันปวดร้าวด้วยเหตุที่ฉันไม่ได้พูดออกไปดังใจปรารถนาซึ่งนี่ ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่หัวใจฉันเจ็บปวด สมัยเรียนมหาวิทยาลัยฉันอยากจะบอกเล่าให้เขาฟังใจจะขาดแต่ทุกครั้งจะต้องมีใครสักคน อยู่ตรงนั้นด้วยเสมอ ...หลังจากนั้นเขาก็ได้งานทำในนิวยอร์ก แน่นอนฉันยินดีกับอนาคตอันสดใสนั้นแต่ยังคงเก็บงำความรู้สึกของตัวเองเช่นเดิม ขณะที่เขากำลังจากไปฉันกอดเขาแล้วร้องไห้ คิดว่านั่นเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะมีเขาอยู่เคียงข้าง คืนนั้นฉันร้องไห้จนตาบวม และยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเมื่อนึกถึงว่าที่สุดแล้วฉันก็ยังไม่ได้เล่าความในใจให้เขาฟัง ฉันเริ่มต้นด้วยงานเลขาฯ แล้วย้ายสายงานมาเป็นนักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ รู้สึกภูมิใจในตัวเองที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง วันหนึ่ง ฉันก็ได้รับการ์ดแต่งงานใบหนึ่งทางไปรษณีย์มาจากเขานั่นเองใจหนึ่งฉันก็ยินดีกับเขา แต่อีกใจก็ยะเยียบเศร้า ได้แต่พร่ำบอกกับตัวเองว่าฉันไม่มีโอกาสได้อยู่เคียงข้างเขาอีกแล้วอย่างมากที่สุดเรา ก็เป็นได้แค่เพื่อนกัน ...งานแต่งงานได้จัดขึ้นอย่างอลังการทีเดียว ณ โบสถ์ใหญ่แห่งหนึ่งขณะที่งานเลี้ยงจัดในโรงแรมฉันได้พบจ้าสาวและแน่ละได้พบเขาด้วยแล้ว ฉันก็ตกหลุมรักเขาอีกครั้งหนึ่ง ฉันเก็บความลับนี้ไวกับตัวเอง ...ไม่อยากให้มันไปทำลายวันอันเป็นมงคลของเขาคืนนั้นฉันพยายามทำตัวให้สนุกแต่กลับกลายเป็นว่า ฉันกำลังฆ่าตัวเองด้วยการเผชิญหน้ากับคนที่กำลังดูมีความสุขมากอย่างเขา ฉันจึงจำเป็นต้องพยายามฝืนยิ้ม และทำตัวให้มีความสุขเพื่อกลบเกลื่อนหยาดน้ำตาที่ซุกซ่อนไว้ในใจ แต่แล้วเขาก็มาปรากฎตัวตรงหน้าก่อนที่ฉันจะก้าวขึ้นเครื่องบินเขามาเพื่อจะบอก ลา พร้อมกับกล่าวว่า ดีใจที่ได้พบเขาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อกลับถึงบ้านฉันพยายามลืมเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในนิวยอร์กมันถึงเวลาแล้ว ที่ฉันต้องเดินไปตามวิถีทางของฉันเองบ้าง ตลอดหลายปีมานี้เรายังคงติดต่อกันทางจดหมาย เขาย้ำเสมอว่าคิดถึงฉันมากอยากจะมีโอกาาสได้คุยกับฉันอีก ...และแล้วเขาก็เงียบหายไปหลังจากที่ฉันเขียนไปหาเขา 6 ฉบับฉันเริ่มกังวลว่าอาจจะมีเรื่องร้าย ๆ อะไรเกิดขึ้น แต่แล้วก็ได้รับโน้ตสั้นๆบอกว่า 'ขอให้มาพบผมตรงรั้ว ณ ที่เดิมที่เราเคยเล่าอะไรต่ออะไรให้กันฟัง' ฉันไปตามนัดและพบเขาอยู่ที่นั่นจริง ๆ เขากำลังอกหักและดูโศกเศร้ามากเรากอดกันแน่นและหายใจแทบไม่ออกและเขาก็เล่าเรื่องการหย่าร้าง ให้ฉันฟังทั้งน้ำตา เขาร้องไห้...ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหลออกมา ...ในที่สุด เราก็เดินเข้าไปในบ้านคุยกันและหัวเราะเมื่อนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ อย่างไรก็ตาม ฉันยังคงเก็บความลับนั้นไว้ ไม่ได้เล่าความในใจให้เขาฟัง หลายวันที่อยู่ด้วยกันทำให้เขากลับมามีความสุขและลืมปัญหาการหย่าร้างขณะที่ฉันได้ตกหลุมรักเขาอีกครั้ง เมื่อถึงวันที่เขาต้องกลับไปนิวยอร์ก ...ฉันต้องไปส่งเขาด้วยน้ำตาไม่อยากห็นภาพเขาเดินจากไปแม้เขาสัญญาว่าจะบินมาหาฉันทุก เมื่อที่ฉันสามารถลางานได้แต่ฉันไม่สามารถรอเขาได้อีกต่อไป โดยส่วนลึกในหัวใจแล้วเราต่างมีความสุขเสมอเมื่ออยู่ด้วยกันวันหนึ่ง เขาก็ไม่ได้กลับมาอย่างที่เขาเคยสัญญาไว้ฉัน ได้แต่คิดว่าคงเป็นเพราะเขางานยุ่งเกินกว่าที่จะปลีกตัวมาได้ มันผ่านไปจากวันนั้นเป็นเดือนจนลืมเรื่องนี้ไป และแล้วทนายความจากนิวยอร์กก็แจ้งข่าวร้ายนี้ให้ฉันทางโทรศัพท์ ...เขาเพิ่งเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างที่กำลังเดินทางไปสนามบินฉันเข้าใจทันทีถึงความรู้ สึกของคนหัวใจสลาย เพิ่งรู้ว่าทำไมเขาไม่มาหาฉันในวันนั้นนี่เป็นอีกครั้งที่ฉันรู้สึกว่าตัวเอง อกหัก คืนนั้นฉันร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด ถามตัวเองว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้นกับคนดี ๆ อย่างเขาฉันเดินทางไปนิวยอร์กอีกครั้งเพื่อร่วมรับฟังการเปิดพินัยกรรม แน่นอนที่สุดสมบัติต่าง ๆ เขามอบให้กับครอบครัวและอดีตภรรยานี่เป็นอีกครั้งที่ฉันได้พบภรรยาเขาอีก เธอเล่าถึงความเป็นอยู่ของเขาให้ฉันฟังและยังบอกว่าเขาได้ทำอะไรให้เธอบ้าง แต่กลับสัมผัสได้ว่าเขาไม่มีความสุขเลยแม้ว่าเธอพยายามเอาอกเอาใจต่าง ๆ นานาแล้วก็ตามแต่ไม่สามารถทำให้เขามีความสุขอย่างคืนวันแต่งงานได้เลย ในพินัยกรรมระบุว่าฉันจะได้รับสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่เป็นสมบัติส่วนตัวของเขาที่ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าทำไม เขาจึงตัดสินใจเช่นนั้น เมื่อเสร็จธุระฉันจึงบินกลับไปยังแคลิฟอร์เนีย ระหว่างเดินทางฉันหวนระลึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ของเรา ...และเปิดสมุดบันทึกออกอ่านสมุดบันทึกนั้นเริ่มบันทึกขึ้นจากวันแรกที่เราได้พบกัน อ่านไปชั่วขณะหนึ่งฉันเริ่มร้องไห้เมื่อพบข้อความว่าเขาได้ตกหลุมรักฉันในวันที่ฉันถูกหักอก แต่เขาก็ขลาดเกินไปที่จะบอกฉันว่าเขารู้สึกอย่างไรนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมวันนั้น เขาจึงนิ่งเงียบและคอยแต่จะเป็นผู้ฟังจากบันทึกทำให้ฉันรู้ว่าเขาพยายามจะบอกฉันหลาย ครั้ง แต่เขาก็ไม่มีความกล้าหาญพอ เวลาที่เขารู้สึกดีใจที่สุดจึงเป็นโอกาสที่เขาได้พบฉันและเต้นรำด้วยกันในวันแต่งงาน ซึ่งเขาพยายามจินตนาการว่านั่นเป็นงานวิวาห์ของเรานี่ละสาเหตุที่ทำให้เขาไม่มีความสุข จนกระทั่งเขาได้หย่าขาดจากภรรยา ...ส่วนเวลาที่มีความสุขกลับเป็นวินาทีที่เขากำลังอ่านจดหมายของฉัน

ในที่สุดสมุดบันทึกก็จบลงด้วยข้อความว่า"แล้วก็มาถึงวันนี้ ...วันนี้แล้วที่ผมจะได้บอกรักเธอ ... " แต่มันกลับเป็นวันที่เขาต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ...วันที่ฉันเพิ่งมาค้นพบว่าเขาก็รู้สึกเช่นเดียวกับฉันตลอดมา..........! เศร้าเนอะ เขาถึงว่ากันว่า รักใครชอบใคร ก็ให้รีบ ๆ บอกเค้าไปซะ ก่อนที่จะหมดโอกาส .............@T_T@ --065259958

Ake_seed97.5@hotmail.com


edit @ 2005/06/27 13:11:47
edit @ 2005/06/27 16:27:06
edit @ 2005/06/27 17:14:30

2005/Jun/27

เสี้ยวหนึ่งของ อารมณ์รัก

อยากบอกกับเธอว่า อย่าดีกับฉันจนเกินไป เพราะจะทำให้ฉันคิดถึงเธอ

อยากบอกเธออีกว่า อย่าเอาใจใส่ฉันจน เกินไป เพราะจะทำให้ฉันชอบเธอ

อยากวอนเธออีกเหมือนกันว่า อย่าหวานกับฉันมากเกินไป เพราะฉันอาจจะเผลอใจ

รักเธอ.. เพราะมันจะสร้างความทุกข์แก่ฉันมากมาย

ถ้าฉันเกิดรักเธอโดยที่ฉันรู้อยู่แก่ ใจว่าเธอไม่ได้

รักฉันเลยแม้แต่นิดเดียว

เพราะคนที่ทำให้ฉันรักเขาโดยปรกติแล้วมักจะเป็นคนที่รักฉันมากกว่าที่ฉันรักเขา

ถ้าใครคนหนึ่งผ่านเข้ามาในชีวิต และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

แต่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่ทำให้เขาไม่ สามารถอยู่กับคุณได้...

อย่าได้เสียน้ำตา

แต่จงดีใจที่เราได้พบกัน และเขาทำ ให้เรามีความสุข แม้ว่ามันจะเป็น

ช่วงเวลาอันสั้นมากก็ตาม เพราะ...เวลาจะเป็นเครื่องชี้บ่ง

...ถ้าเขาเป็นของคุณจริง ๆ เขาจะต้องกลับมา

คุณจะรู้ตัวว่าคิดถึงใครคนหนึ่งมาก ๆ

ก็ตอนที่คุณคิดถึงเขาแล้วหัวใจคุณเต้นรัวถี่ขึ้น เพียงแค่เขาเอ่ยวจีทัก

ทายคุณด้วยความอบอุ่นในน้ำเสียง ก็จะทำให้ประสาทของคุณซาบซ่านผ่อน

คลายลงอย่างมีความสุขถึง กระนั้นก็ตาม บางทีคุณก็ยังไม่รู้สึกตัว

และยังชอบปฏิเสธว่า คุณไม่ได้ชอบเขา และ คุณไม่ได้รักเขา

ปรอทที่จะวัดความรักในหัวใจของคุณได้

เมื่อคุณคิดถึงใครคนหนึ่งแทบทุกขณะจิต

และเมื่อคิดถึงแล้ว ทำให้คุณมีความสุขอย่างประหลาด

อยากสละความสุขส่วนตัวให้แก่คน ๆ นั้น แม้ว่าคุณจะเจ็บปวดก็จะทน

ขอเพียงแต่ว่าอยากให้เขาคนนั้นมีใจรักคุณสักนิด

อย่าหันหลังให้กับความรัก ในขณะที่ความรักยืนจังก้าอยู่ต่อหน้าคุณ

อย่าได้ไล่มันออกไปจากคุณ เพราะถ้า

คุณทำอย่างนั้นสักวันหนึ่งคุณจะหวนคิดขึ้นมาได้ว่า

สิ่งที่คุณไล่เปิดไปนั้น

แท้จริงแล้วครั้งหนึ่งเคยอยู่ใกล้ชิด ตัวคุณนี้เอง ...

จงให้คุณค่าแก่คนที่รักคุณ

มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ง่ายเลยในการที่จะได้พบคนที่รักคุณจริง ๆ เพราะ

หัวใจที่จริงจังซื่อตรงหาไม่ได้ง่ายนัก และมีคุณค่าสูงเหลือเกิน

บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากที่สุดในชีวิต

ไม่ใช่สิ่งที่เราสูญเสียหรือผิดหวัง แต่กลายเป็นความเสี่ยงที่เรา

ไม่กล้าเสี่ยง

ถ้าคุณคิดว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้คุณมีความสุขมาก จงมุ่งไปหามัน

เพราะในจังหวะของ ชีวิตคนเรา เรามักจะไม่ผ่านมาบนถนนสายเดิมนี้ซ้ำอีก

.. เวลาไม่เฝ้าคอยใคร ถ้าคุณคิดว่าคุณได้พบกับสิ่งที่ถูกต้องและถูกใจ

จงถนอมมันไว้อย่าง มีคุณค่า อย่าปล่อย ให้เขาหลุดลอยไป

อย่าปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำและดึงเหนี่ยวคุณไว้

ไม่มีใครนอกจากคุณเท่านั้นที่จะ

รู้ว่าอะไรจะทำให้คุณมีความสุขอย่างแท้จริง

น้ำตาสองหยดร่วงลงไปในแม่น้ำ และลอยไปตามกระแสน้ำ

น้ำตาหยดแรกเอ่ยขึ้นมาว่า

"ฉันคือหยดน้ำตา ของหญิงที่รักผู้ชายคนหนึ่ง แล้วกลับต้องสูญเสียเขาไป"

น้ำตาหยดที่สองตอบกลับอย่างสวนควันว่า "คุณเป็นใคร?

ฉันคือหยดน้ำตาแห่งความเสียใจของผู้ชายที่ปล่อยให้ผู้หญิง

ที่เขารักหลุดลอยไปจากเขา.." เมื่อถึงเวลานั้น

ไม่มีใครจะมาเห็นใจคนที่ปล่อยโอกาสให้หลุดผ่านไปอย่างไม่แยแส

คนเรามักจะไม่เห็นคุณค่า ความสำคัญของคนที่เรารักและใกล้ชิดกับเรา

จนกระทั่ง

พวกเขาได้จากเราไป แล้วถึงมารู้สึกเจ็บปวด รวดร้าว

ภายหลังเมื่อรำลึกถึงสิ่งที่เราเคยมี

ความรักเหมือนกับการเล่นเปียโน คุณต้องขึ้นต้นด้วยการเรียนรู้กฏ

หลังจากนั้นคุณต้องลืมกฏเหล่านั้น เล่นดีดดิ้น

กรีดกรายจากเสียงเร่าร้องของหัวใจคุณเอง

จงมีความกล้าหาญที่จะรัก

แม้ว่าคุณรู้อยู่เต็มอกว่าจะต้องสูญมันไปในที่สุดก็ตาม

ดีกว่าที่คุณจะไม่พบความรัก

เพราะคุณขี้ขลาดเกินกว่าที่จะกล้าเผชิญกับมัน

สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดในชีวิตคนเรา

คือการเสาะหาใครสักคนหนึ่งที่รู้จักความบกพร่องด่าง พร้อยของเรา

ความไม่ดีของเรา ความแตกต่างของเรา แต่เขาก็ยังรักเราอยู่อย่างสุดจิต

สุดใจ...

ถ้าคุณพบคนอย่างนี้ จงรักเขาให้หมดหัวใจคุณ

เพราะคุณจะหาคนอย่างนี้ได้ไม่ง่ายนัก หรือ

อาจจะไม่พบอีกเลยในชีวิตของคุณ

065259958

Ake_seed97.5@hotmail.com
edit @ 2005/06/27 13:01:07

edit @ 2005/06/27 13:10:58
edit @ 2005/06/27 17:14:20

2005/Jun/27

18 นิยามของ ความรัก ชีวิต และ ชีวิต

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า

คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้

และต้องมาเสียใจภายหลัง

2.ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก

ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

3. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา

แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น

และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น

แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน

จนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ

5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ

แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

6. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป...

แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งผลของสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ

อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา

แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้นก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง

8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน

แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไปอย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว

อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้วถ้าคุณยังไม่สามารถ "ทำใจ"

10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง

ถึงแม้ว่าจะผิด และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง

และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย

เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว

สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส

12.การที่เราจะประทับใจใครนั้นอาจใช้เวลาแค่เพียงนาทีการที่เราจะชอบใคร

อาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง

การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววันแต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน

ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง

มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด

รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

15. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง

อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา

มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา

16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด

เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามี ให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

17.อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี

ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางจาก ความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม

จงมีชีวิตอยู่เพื่อ เมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้มในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ.

" ชีวิต เป็นสิ่งที่สวยงาม "

" ความรัก เป็นสิ่งที่สวยงาม "

" ทุกสิ่ง ล้วนมีความงามในตัวเอง "

065259958

Ake_seed97.5@hotmail.com


edit @ 2005/06/27 13:01:37
edit @ 2005/06/27 13:02:12
edit @ 2005/06/27 13:10:09
edit @ 2005/06/27 17:14:09